สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่

ผู้เขียน หัวข้อ: นมผึ้งแล้วก็คุณค่าที่น่าสนใจขั้นตอนทีดีต่อสุขภาพ  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,473
    • ดูรายละเอียด
นมผึ้ง ได้ผลสำเร็จผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวเหมือนนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นอาหารหลักของผึ้งราชินีและก็ตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นสำหรับการเติบโต หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนประกอบของครีมบำรุงแล้วก็เครื่องสำอาง
นมผึ้งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักโดยประมาณ 60-70% รวมทั้งอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆตัวอย่างเช่น โปรตีน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ แล้วก็กรดอะมิโน นอกเหนือจากนั้น ยังพบสารอื่นในนมผึ้ง ยกตัวอย่างเช่น กรดไขมันเอชดีเอ (10-Hydroxy-Trans-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทสำหรับเพื่อการเติบโตของผึ้ง สารแอสิตำหนิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและกลไกรูปแบบการทำงานของร่างกาย รวมทั้งฮอร์โมนเพศ อาทิเช่น เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน เป็นต้น ทั้งนี้สถานที่ ภูมิศาสตร์ แล้วก็สภาพอากาศเป็นตัวแปรที่ทำให้องค์ประกอบของนมผึ้งต่างกันออกไป หลายคนเชื่อว่าการรับประทานนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยทุเลาอาการวัยทอง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย รักษาเบาหวาน รวมทั้งแผลเบาหวาน เป็นต้น ทั้งยังเชื่อกันอีกว่าถ้าเกิดนำนมผึ้งทาที่หนังหัวบางทีอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผมอีกด้วย ซึ่งคำกล่าวอ้างเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ รวมทั้งมีหลักฐานทางด้านการแพทย์มาดน้อยเท่าใดที่จะช่วยรับรองสรรพคุณ ประโยชน์ รวมทั้งความปลอดภัยของนมผึ้งที่มีหน้าที่หรือส่วนช่วยสำหรับการรักษาโรคพวกนี้
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากนมผึ้งที่อาจมีต่อสุขภาพ
บรรเทาอาการวัยทอง อาการวัยทองเป็นปัญหาทางสุขภาพที่เกิดสังกัดหญิงกลางคน นำมาซึ่งอาการหลายแบบ ดังเช่นว่า ช่องคลอดแห้ง แสบร้อนหรือคันในช่องคลอด เจ็บขณะร่วมเพศ ฯลฯ
อาการดังที่กล่าวมาข้างต้นสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการใช้สารหล่อลื่น แม้กระนั้นสารหล่อลื่นจำนวนมากจะออกฤทธิ์ได้เพียงชั่วคราว ซึ่งนมผึ้งมีคุณสมบัติต้านทานจุลชีวิน (Antimicrobial Activity) แล้วก็มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน
จากการเล่าเรียนโดยให้หญิงวัยทองที่สมรสแล้วอายุ 50-65 ปี จำนวน 90 คน กลุ่มหนึ่งใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้ง 15% กรุ๊ปหนึ่งใช้ฮอร์โมนตอบแทนเอสโตรเจนจำพวกครีมแบรนด์หนึ่ง รวมทั้งอีกกรุ๊ปใช้สารหล่อลื่นทาบริเวณช่องคลอดเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งมีประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงวัยทองได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับฮอร์โมนตอบแทนเอสโตรเจนจำพวกครีมและสารหล่อลื่น ซึ่งจากผลการทดสอบอาจพูดได้ว่าการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตรวมทั้งบรรเทาอาการวัยทองที่เกี่ยวเนื่องกับช่องคลอดของเพศหญิงวัยทอง แล้วก็ทางนักวิจัยยังได้ระบุอีกว่าหากเพิ่มความเข้มข้นของนมผึ้งก็บางครั้งอาจจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นให้มากขึ้นเรื่อยๆได้
ลดระดับไขมันในเลือด นมผึ้งมีส่วนประกอบของสารอาหารหลายประเภท หนึ่งในนั้นเป็นกรดไขมันสายกลาง (Medium Chain Fatty Acid) แล้วก็สารประกอบที่มีคุณลักษณะช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการค้นคว้าที่ให้เพศหญิงวัยทองร่างกายแข็งแรงปริมาณ 36 คนรับประทานนมผึ้งขนาด 150 มก. ตรงเวลา 3 เดือน โดยตรวจปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้กำเนิดโรคเส้นโลหิตรวมทั้งหัวใจ รวมทั้งระดับไขมันในเลือดทั้งยังก่อนรวมทั้งข้างหลังการทดสอบ พบว่ามีการเปลี่ยนของระดับไขมันในเลือดอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยที่ระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ไม่ดี (LDL) ต่ำลง 4.1% ระดับคอเลสเตอรอลรวม (TC) ลดน้อยลง 3.09% และระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) เพิ่มขึ้น 7.7% จากผลการทดลองอาจจะกล่าวว่าการกินนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด และก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเพื่อการควบคุมอาการวัยทองที่เกี่ยวพันกับภาวะไขมันในเลือดสูง นอกเหนือจากนั้น ยังมีอีกการศึกษาเล่าเรียนหนึ่งที่ให้อาสาสมัครซึ่งมีภาวะไขมันในเลือดสูงจำพวกไม่รุนแรงปริมาณ 40 คน กินนมผึ้งขนาด 350 มิลลิกรัมวันละ 9 แคปซูล เป็นเวลา 3 เดือนก็บ่งบอกถึงถึงระดับไขมันในเลือดที่ต่ำลงเหมือนกัน ทั้งยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศ (Dehydroepiandrosterone Sulphate: DHEA-S) แล้วก็ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นโลหิตแล้วก็หัวใจได้อีกด้วย
ทุเลาอาการก่อนมีเมนส์ อาการก่อนมีประจำเดือนมักมีผลในทางลบกับสุขภาพของผู้หญิง บางเวลาการดูแลรักษาโดยไม่ใช้ยาก็อาจช่วยทุเลาให้อาการต่างๆดีขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ให้นิสิตหมอปริมาณ 110 คน กินนมผึ้งขนาด 1,000 มก.วันละ 1 ครั้ง โดยเริ่มในวันแรกที่มีระดู แล้วก็กินตลอดจนถึงหมดระดูในรอบต่อไป พบว่าอาการก่อนมีรอบเดือนลดลง
จากผลการทดสอบอาจพูดได้ว่าการกินนมผึ้งติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน บางทีอาจช่วยบรรเทาอาการก่อนมีเมนส์ได้
รักษาแผลเบาหวาน แผลเบาหวานเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมอาการได้ไม่ดี ส่วนมากจะพบแผลโรคเบาหวานที่รอบๆเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิ้วโป้งเท้าแล้วก็ปลายฝ่าตีน
ซึ่งนมผึ้งประกอบไปด้วยสารประกอบฟีนอลิคปฏิบัติหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ โปรตีนที่มีคุณลักษณะต้านเชื้อแบคทีเรีย และกรดไขมันเอชดีเอ ที่ช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ ก็เลยคาดว่าบางทีอาจจะช่วยรักษาแผลเบาหวานได้
จากการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งให้ผู้เจ็บป่วยที่มีแผลเบาหวานที่ได้รับการดูแลรักษาหลักตามปกติ ทายาที่มีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในบริเวณที่เป็นแผลและปิดแผลด้วยแผ่นปิดแผลประเภทปลอดเชื้อเป็นเวลา 3 เดือนหรือจนกว่าแผลจะหาย
รวมทั้งมีการให้คะแนนสัปดาห์ละ 3 ครั้ง พบว่าใช้เวลาเฉลี่ย 424 ชั่วโมงจึงทำให้แผลหายดี รวมทั้งค่าถัวเฉลี่ยของความยาว ความกว้าง แล้วก็ความลึกของแผลลดลงวันละ 0.35 มม. 0.28 มิลลิเมตร และ 0.11 มิลลิเมตรตามลำดับ
จากผลการศึกษาอาจกล่าวได้ว่านมผึ้งอาจมีสมรรถนะเป็นโอกาสหนึ่งสำหรับในการรักษาแผลโรคเบาหวานควบคุ่ไปกับการดูแลและรักษาหลัก แต่ผลการค้นคว้าข้างต้นมีผู้เข้าร่วมการทดสอบเพียงแต่ 8 คน
ซึ่งบางครั้งอาจจะเล็กเกินความจำเป็นที่จะสรุปความสามารถของนมผึ้งสำหรับการรักษาแผลเบาหวาน
แต่การเรียนชิ้นหนึ่งได้ชี้ให้เห็นผลลัพธ์ของนมผึ้งที่แตกต่างกันออกไป โดยให้คนที่มีแผลโรคเบาหวานทายาซึ่งมีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในรอบๆที่เป็นแผลตรงเวลา 3 เดือนหรือจะกว่าแผลจะหายด้วยเหมือนกัน
แม้กระนั้นยังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่านมผึ้งมีคุณภาพสำหรับการรักษาแผลโรคเบาหวานได้มากกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอกเพราะเหตุว่าการเล่าเรียนทั้งยัง 2 ชิ้นข้างต้นบอกให้เห็นผลสรุปของนมผึ้งที่ตรงกันข้ามกัน จึงบางทีอาจยังไม่สามารถที่จะสรุปสมรรถนะของนมผึ้งสำหรับเพื่อการรักษาแผลเบาหวานได้อย่างเห็นได้ชัด จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนเสริมเติม
ทุเลาอาการเหน็ดเหนื่อยจากโรคมะเร็ง
อาการอ่อนกำลังที่มีต้นเหตุที่เกิดจากโรคมะเร็งเป็นผลมาจากการดูแลรักษาการฉายรังสีหรือการทำเคมีบำบัด มักส่งผลต่ออารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และก็คุณภาพชีวิตของคนไข้ ซึ่งการกินยา การบำบัด หรือการบริหารร่างกายบางทีอาจช่วยทุเลาอาการลงได้ รวมถึงการทานอาหารเสริม เป็นต้นว่า นมผึ้งก็อาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเช่นเดียวกัน จึงสอดคล้องกับการเรียนหนึ่งที่ให้คนไข้โรคมะเร็งอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ปริมาณ 52 คน พบว่ากลุ่มที่รับประทานน้ำผึ้งดัดแปลงและนมผึ้งขนาด 5 มก. วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 4 สัปดาห์ มีลักษณะอ่อนกำลังจากโรคมะเร็งอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ักินน้ำผึ้งบริสุทธิ์ แม้กระนั้นยังจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มถึงบทบาทที่แท้จริงของนมผึ้งในการบรรเทาอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากโรคมะเร็ง
รักษาไข้ละอองฟาง
โรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายตอบสนองอย่างหนักกับละอองเกสรดอกไม้หรือสารอื่นๆทำให้คนไข้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา หูอื้อ เป็นต้น ซึ่งจากการเรียนรู้ทดลองโดยให้เด็กอายุ 5-16 ปี ที่ป่วยละอองฟาง จำนวน 80 คน กรุ๊ปหนึ่งรักษาด้วยการใช้การรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมผึ้งรวมทั้งอีกกรุ๊ปรับประทานยาหลอกเป็นเวลา 3-6 เดือน รวมทั้งจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูของเกสรดอกไม้ พบว่าทั้ง 2 กลุ่มยังคงเจออาการของไข้ละอองฟาง แล้วก็มีระดับความรุนแรงของอาการที่ไม่แตกต่างกันมากสักเท่าไรนัก จากผลการศึกษาอาจพูดได้ว่านมผึ้งอาจไม่มีความสามารถต่อการดูแลและรักษาไข้ละอองฟางและไม่สามารถทุเลาอาการต่างๆให้ดีขึ้นได้
ก็เลยยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับความสามารถของนมผึ้งสำหรับเพื่อการรักษาไข้ละอองฟางที่แจ่มกระจ่างเพิ่มขึ้น
ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการกินนมผึ้ง
การกินนมผึ้งค่อนข้างปลอดภัยหากกินในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นผลข้างเคียงได้ ได้แก่ เลือดออกในไส้ ปวดท้อง หรือถ่ายเป็นเลือด ฯลฯ บางรายแม้มีอาการแพ้อย่างหนักอาจจะเป็นผลให้มีลักษณะอาการโรคหอบหืด คอบวม หรือถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งยังการใช้นมผึ้งทาที่รอบๆผิวหนังค่อนข้างจะไม่มีอันตราย แต่ไม่สมควรทาบริเวณหนังหัวเพราะว่าอาจจะเป็นผลให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน หรือมีอาการอักเสบ
ข้อควรระวังสำหรับการกินนมผึ้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลในกรุ๊ปดังนี้
ผู้ที่กำลังตั้งท้องหรือคนที่อยู่ในตอนให้นมบุตร ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของนมผึ้ง โดยเหตุนี้ก็เลยไม่สมควรกินนมผึ้งถ้าหากกำลังมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมลูกผู้เจ็บป่วยโรคหอบหืดหรือผู้ที่มีลักษณะแพ้สินค้าที่มีนมผึ้งเป็นองค์ประกอบ อาจจะเป็นผลให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง หรือถึงกับตายได้คนไข้โรคผิวหนังอักเสบ การรับประทานหรือทานมผึ้งอาจทำให้อาการรุนแรงมากเพิ่มขึ้นผู้เจ็บป่วยความดันโลหิตต่ำ การรับประทานนมผึ้งอาจจะก่อให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลงมากจนเกินไปคนที่อยู่ในตอนกินยารักษาโรค ดังเช่น ยาวาร์ฟาริน เนื่องจากการรับประทานนมผึ้งอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดแผลฟกช้ำดำเขียวได้ง่าย

ขอบคุณบทความจาก : http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/royal-jelly/