สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่

ผู้เขียน หัวข้อ: “เลสิก” แก้สายตาสั้น-ยาว-เอียง แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด?  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mau2012nara9

  • New Member
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด


เราก็เป็นคนหนึ่งที่ใส่แว่นมาตลอดตั้งแต่เด็กค่ะ สายตาสั้นตั้งแต่จำความได้ โตมาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์ แต่ก็เบื่อกับการใช้คอนแทคเลนส์ทุกวัน เดินทางข้ามคืนทีไรก็ต้องคอยถอดเข้าถอดออก เผลอหลับทั้งคอนแทคเลนส์ก็เคย (ซึ่งไม่ดีมากๆ) หลังจากเริ่มเห็นตัวเลขราคาค่าทำเลสิกลดลงจากแต่ก่อนมาก ก็เลยเริ่มสนใจที่จะทำมากยิ่งขึ้น

ใครอยากทำเลสิก ตามมาทางนี้เลยค่ะ

 

เลสิก คืออะไร?

จริงๆ แล้วเลสิกเป็นหนึ่งในชื่อของวิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาวิธีหนึ่ง เป็นวิธีที่มีมานานและเป็นที่นิยมมากที่สุด การผ่าตัดแก้ไขสายตาจะมุ่งเน้นไปที่การใช้เลเซอร์เจียรความโค้งของกระจกตาด้านใน ให้แสงตกกระทบแล้วโฟกัสที่จอประสาทตาได้พอดี (เพราะคนที่มีปัญหาสายตาสั้น ยาว เอียง เป็นเพราะแสงตกกระทบไม่ตรงจุดโฟกัส)

 

เลสิก มีกี่ประเภท?

การผ่าตัดแก้ไขสายตามีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวีธีที่ใช้ และความเหมาะสมกับสภาพดวงตาของเรา ส่วนใหญ่วิธีที่ใช้จะแตกต่างกันตรงที่วิธีเปิดชั้นกระจกตาบน ก่อนเจียรความโค้งของกระจกตาต่อไป

    PRK

PRK (Photorefractive Keratectomy) เป็นการรักษาสายตาสั้น ยาว เอียง ด้วยเลเซอร์ ไม่มีการแยกชั้นกระจกตา แต่จะขูดชั้นผิวบนของกระจกตาออก แล้วค่อยเจียรกระจกตาอีกทีด้วยเลเซอร์

ข้อดี เหมาะกับผู้ที่มีชั้นกระจกตาบางมาก (เพราะไม่มีการแยกชั้นกระจกตา) กระจกตาถลอกง่าย หรือตาแห้งกว่าปกติ และราคาถูกที่สุด

ข้อเสีย อาจมีอาการเคืองตามากกว่าวิธีอื่น (เฉลี่ยอยู่ที่ 3 วัน) ใช้เวลาในการฟื้นตัวของแผลนานกว่าวิธีอื่นด้วย และไม่สามารถใช้วิธีนี้กับคนที่มีค่าสายตาสั้นกว่า 400 ขึ้นไป

ราคา 3x,xxx-4x,xxx บาท

 

    LASIK

LASIK (Laser-Assisted In-situ Keratomileusis) หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า เลสิก จะใช้มีดเปิดชั้นกระจกตา แล้วค่อยเข้าไปเจียรกระจกตาด้านในให้ได้ความโค้งที่เหมาะสมด้วยเลเซอร์ การเปิดชั้นกระจกตาจะมีรอยตัดเหมือนเปิดฝาถ้วยเยลลี่ ฝาปลากระป๋อง โดยจะมีส่วนที่ยังติดอยู่ที่เดิมเล็กน้อย มีรอยกระจกตาเปิดออกมาราว 90-95%

ข้อดี การฟื้นตัวของแผลเร็วกว่าวิธี PRK

ข้อเสีย รอยผ่าบนกระจกตายังไม่เล็กมากเท่ากับวิธี Femto และไม่เหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบาง

ราคา 3x,xxx-4x,xxx บาท

 

    SBK

SBK หรือ Sub-Bowman’s Keratomileusis เป็นอีกวิธีที่รวมเอาข้อดีของ PRK และ LASIK เข้าไว้ด้วยกัน โดยวิธีนี้จะสามารถตัดชั้นกระจกตาได้บางลงกว่าวิธี LASIK ปกติ ลดอาการเจ็บ และลดความไม่แข็งแรงของกระจกตาหลังผ่าตัดได้มากขึ้น

ข้อดี ทำลายกระจกตาน้อย ลดอาการตาแห้งได้มากขึ้น คนที่มีกระจกตาบาง บางคนอาจใช้วิธีนี้ได้ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาผิดปกติมาก และคนที่ไม่สามารถใช้วีธี LASIK ได้

ข้อเสีย รอยผ่าบนกระจกตายังไม่เล็กมากเท่ากับวิธี Femto และหากเผลอกลอกตาระหว่างการเปิดกระจกตา ต้องรอทำใหม่อีก 6 เดือน

ราคา 3x,xxx-4x,xxx บาท (ราคาจะเท่ากัน หรือใกล้เคียงกันกับวิธี LASIK)

 

    Femto

Femto (Femtosecond Laser) มีวิธีทำคล้ายกับวิธี LASIK แต่จะใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษเพื่อทำการรักษาในทุกขั้นตอน กล่าวคือไม่ได้ใช้มือของหมอถือใบมีดในการเปิดชั้นกระจกตา แต่จะใช้เลเซอร์เป็นตัวเปิด และเจียรความโค้งของกระจกตาด้วย เมื่อทุกขั้นตอนใช้เลเซอร์ทั้งหมด จึงมีความแม่นยำสูงมากกว่าวิธี LASIK

ข้อดี มีความแม่นยำสูงกว่าวิธี PRK และ LASIK กระทบกระเทือนกระจกตาน้อยกว่า เปิดกระจกตาได้อย่างนุ่มนวล เรียบเนียนเสมอกันมากกว่า ระคายเคืองตาน้อย ลดความเสี่ยงของตาแห้งหลังผ่าตัด ผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาเล็ก สามารถใช้วิธีนี้ได้  เห็นชัด 70-80% หลังผ่า หากเผลอกลอกตาสามารถทำใหม่ได้ทันที

ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ราคา 7x,xxx-9x,xxx บาท

 

    SMILE

SMILE (Small-Incision Lenticule Extraction) เป็นการใช้เลเซอร์ตัวเดียวกับวิธี Femto (คือ Fentosecond Laser) ทุกขั้นตอน แต่จะไม่เปิดชั้นกระจกตา เพียงแค่ใช้เลเซอร์เจียรผิวกระจกตาให้มีลักษณะคล้ายเลนส์ทรง Pie จึงทำให้แผลที่กระจกตามีขนาดแค่ 2-5 มิลลิเมตรเท่านั้น เล็กกว่าแผลที่เกิดจากวิธี LASIK ถึง 10 เท่า (วิธี LASIK อาจมีแผลยาวถึง 20 มิลลิเมตร)

ข้อดี แผลเล็กกว่า ใช้เวลารวดเร็วกว่า กระทบกระเทือนกระจกตาน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า ระคายเคืองตาน้อยกว่า และผลข้างเคียงทั้งหมดน้อยกว่า ผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาเล็ก ใช้วิธีนี้ได้ เห็นชัดทันทีหลังผ่าตัด ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องเย็บแผล

ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายสูงที่สุด และใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่าทุกวิธีที่ผ่านมา

ราคา 7x,xxx-9x,xxx บาท

 

ข้อควรรู้ก่อน-หลังทำเลสิก

    ใครที่ใส่แว่นสายตาเป็นประจำ สามารถเข้ารับการตรวจสายตาก่อนทำเลสิกได้เลย ใครที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิด soft lens ต้องหยุดใส่อย่างน้อย 3-4 วัน และใครที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิด hard lens ต้องหยุดใส่อย่างน้อย 7 วัน ก่อนเข้ารับการตรวจสายตา เพราะคอนแทคเลนส์อาจเข้าไปกดกระจกตา ทำให้การวัดค่าสายตาไม่แม่นยำได้ อย่าลืมเอาแว่นสายตาของตัวเองไปด้วย

    ในวันตรวจสายตา และวันที่ทำเลสิกงดการแต่งหน้าบริเวณดวงตา คิ้ว หรืออาจจะไม่แต่งหน้าเลยก็ได้ (บางคนได้ทำในวันเดียวกันเลย)

    หลังผ่าตัดอาจลืมตาไม่ค่อยขึ้น แสบตา เคืองตาเล็กน้อย และอาจยังมองเห็นไม่ค่อยชัด (ในบางวิธี) ควรมีคนอื่นช่วยขับรถให้ หรือพาส่งกลับบ้าน และถ้าเป็นไปได้ควรทำในช่วงวันหยุดติดกัน 2-3 วัน

    คนที่มีกระจกตาบาง ตาเล็ก หลังผ่าตัดอาจมีเลือดคั่งในดวงตาเล็กน้อย เกิดจากการกระทบกระเทือนของกระจกตาขณะทำการผ่าตัด แต่เลือดจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

    หากตาสู้แสงไม่ไหว ให้สวมแว่นกันแดด และอาจลดการขับรถ หรือขับรถอย่างระมัดระวังมากขึ้น

    ช่วงแรกๆ อาจมีปัญหาตาแห้ง ควรหยอดยาตามแพทย์สั่ง หรือทุกครั้งที่รู้สึกตาแห้ง

    วิธี Femto และ SMILE จะเห็นชัดทันทีหลังผ่าตัด แต่อาจจะเห็นเหมือนมีหมอกควันจางๆ เล็กน้อย

    หยอดน้ำตาเทียม ยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่ง

    ห้ามให้ดวงตาโดน หรือสัมผัสกับน้ำเป็นเวลา 7 วัน ดังนั้นอาจจะสระผมเองไม่ได้ ล้างหน้าห้ามให้น้ำโดนดวงตา

    หลัง 7 วันสามารถทำทุกอย่างได้ตามปกติ ทำกิจกรรม เล่นกีฬาต่างๆ ได้ แต่งดกีฬา และกิจกรรมทางน้ำทุกชนิด เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ เป็นเวลา 1 เดือน

 

ทั้งนี้ ใครที่มีกระจกตาหนา ตาไม่แห้ง สายตาสั้น ยาว เอียงไม่มาก และไม่มีความผิดปกติอะไร จะสามารถเลือกวิธีใดในการรักษาก็ได้นะคะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคุณหมอด้วยค่ะ