ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการแข่งอีกเพียงแต่ 9 นัดเท่านั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดู 2018/19  (อ่าน 12 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ diorarmani2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 55,911
    • ดูรายละเอียด
เหตุการณ์ล่าสุดทั้ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำสกอร์ได้เสมอกันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเพื่อการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งสองสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ให้ดูกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ ทีมไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์วัว รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนกัปตันนำกองทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูปัจจุบัน ด้วยความปรารถนาจะเป็นผู้ยกถาดแชมป์ลีกในปีนี้และหยุดสถิติแชมป์ต่อเนื่อง 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูรวมทั้งทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัด

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ สหายร่วมกลุ่มจำต้องออกมาพูดว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้ที่ถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาคือนักเตะที่ทีมขาดไม่ได้ เมื่อนับตามสถิติแล้ว หากกัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงไปในสนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยถึงที่เหมาะ 2.3 คะแนนแล้วก็ยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แต่ถ้าหากไม่มีเงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 และ1.75 เป็นลำดับ

ถือได้ว่ารอยส์เป็นผู้ผลิตความแตกต่างอย่างแท้จริงและก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกครั้งภายหลังที่เคยทำเป็นครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยชายหนุ่ม
ไม่ได้ซึ่งก็คือควักเงินจ่ายเงินนะ แต่หมายถึงการส่งบอลให้เพื่อนทำประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีกาและถ้าเกิดนับทั้งท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงลีโอเนล เมสซีแค่นั้นที่ทำทางให้เพื่อนพ้องได้มากกว่าเขา ยิ่งไปกว่านั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทาง
หากแม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติกลุ่มที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แต่ก็ยังครองสถิติเป็นกลุ่มที่มีผู้เล่นยิงประตูได้มากที่สุดเป็น 18 คนจาก 22 นายทัพที่ลุยศึกในฤดูกาลนี้ มีเพียง เออเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้เฝ้าประตูทั้งสองคนเป็น โรมัน เบือร์กี้ แล้วก็ มาร์วิน ฮิตซ์ ที่ยังทำแต้มไม่ได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่มากมายโดยมีผู้กระทำประตูตัวหลักของทีมเช่นสามประสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) และก็ ซานโช (8 ประตู) ในขณะที่บาเยิร์นมีเพียงแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คนเดียวแค่นั้นที่ทำประตูได้มาก

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนคลับดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่เร่าร้อนในสมัยของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองคว้าชัยชนะลีกได้สำเร็จในปี 2011 รวมทั้ง 2012 ปัจจุบันนี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนๆได้อีกรอบ

ขณะนี้พวกเขาทำแต้มได้มากกว่าสมัยได้แชมป์ลีกครั้งล่าสุดอยู่ 1 คะแนน (หลังแมตช์เดย์ที่ 25) และกรรมวิธีการเล่นสไตล์บุกอย่างดุดันก็ดูอย่างกับว่าครั้งนั้นไม่มีไม่ถูก แถมยังยิงประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากยิ่งกว่าในยุคของคล็อปป์ซะด้วย อีกเรื่องที่น่าดึงดูดก็คือในฤดูกาล2010/11 หลังจากผ่านไป 24 นัด ดอร์ทมุนด์พ่ายแพ้แค่เพียง 2 นัดหมายเท่ากับในฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันกระจ่างแจ้งรวมทั้งฉายแววแชมป์จริงๆ

5) จุดมุ่งหมายเดียว
หลังจากไม่เข้ารอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก และก็เดเอฟเบ โพคาล เป็นระเบียบแล้ว เวลานี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงรายการเดียวแค่นั้น จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าสมาชิกของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการช่วงชิงแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่แท้ ต่างกับบาเยิร์นที่พึ่งตกรอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักเตะกำลังเหนื่อยและเสียขวัญแรงใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพค้างลให้ไปจุดโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ต่อนี้ไปมาดู 5 ข้อของฝ่ายคุ้มครองป้องกันแชมป์กันบ้าง…

1) ความตั้งใจจริงของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” แล้วก็ “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
ในระหว่างที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในทีมปัจจุบันเอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แม้กระนั้นฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงคนเดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! และเขาตั้งใจต้องการสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตัวเองให้ได้เพื่อทำสถิติครอบครองแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดชั่วกัลปวสานแซงหน้าตำนานนักเตะกลุ่มเสือใต้ทั้ง 4 คนคือ โอลิเวอร์ ติดอยู่ห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชเหล้าองุ่นชไตเกอร์ และเมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขาตั้งใจได้แชมป์ลีกสมัยที่ 8 ให้กับตนเองเช่นกัน

ลองมานับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักเตะบาเยิร์นชุดเดี๋ยวนี้กันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 สมัย เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ติเนซ มานูเอล นอยเอ้อร์ ราฟินญ่า และก็ เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 ยุค รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญถือว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปเลยทีเดียว..

2) ฟอร์มเข้าที่เข้าทาง
ว่ากันว่าการแข่งขันฟุตบอลลีกก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น หลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แต่ว่าก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มหลังผ่านครึ่งฤดูแรกไป แล้วก็แล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้เสร็จ เมื่อทำผลงานเหมาะสมที่สุดชนะถึง 7 จาก 8 เกมล่าสุด (แพ้นัดเดียว)

ตอนที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียง 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) จนทำให้พวกพ้องเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นหัวหน้าฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก ในตอนนี้คงจะพูดได้ว่าบาเยิร์นเดินเครื่องเต็มที่จนขุนพลดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นหวาดๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีที่ศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้บางทีอาจเป็นการวินิจฉัยชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นไปได้ โดยดอร์ทมุนด์จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนทัพไปเยี่ยมถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 หากแม้ในฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขาคุ้นเคยยังอยู่นิดเดียวแล้วล่ะก็... พรรคพวกเสือใต้คงเล่นด้วยความดุเดือดกว่าธรรมดาอย่างแน่นอน

ช่วงเวลาเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักในการมาเยี่ยมแคว้นบาวาเรีย พวกเขาพ่ายให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดล่าสุดที่มาเยี่ยมนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียงแต่3 ลูกเท่านั้น ถ้าไม่นับผลงานในยุคของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่สามารถเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยสำหรับในการเจอกันทั้งหมดทั้งปวง 18 ครั้ง ศึกครั้งนี้บางทีอาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในช่วงฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่ฉลองการทำประตูด้วยแนวทางการทำเครื่องหมาย X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” หัวหน้าดาวซัลโวสูงสุดคนปัจจุบันเป็นตัวแปรตัวสำคัญสำหรับการครอบครองแชมป์ของบาเยิร์น ฤดูกาลนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู และก็เพิ่งจะทำสถิติเป็นนักเตะต่างประเทศที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดตลอดไป (197 ประตู)

กัปตันกลุ่มชาติประเทศโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องประกันการบรรลุเป้าหมายของบาเยิร์น เขาสามารถทำประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยทำให้บาเยิร์นเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ถึง 75 นัด เสมอ 5 นัดหมายแล้วก็แพ้เพียงแต่นัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัดหมาย เอาช้างมาผลักก็ไม่อยู่...

5) นิเก๋ โควัช
ความมุ่งหวังที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่พอได้ พวกเขาไม่อยากเป็นลำดับที่สอง “แชมป์แค่นั้น” เป็นวัตถุประสงค์ของเทรนเนอร์ป้ายแดงที่ถ้ำเสือใต้ แม้ว่าจะเริ่มต้นได้อย่างทุลักทุเล

แต่ว่าอดีตกาลเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตและก็ทีมชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับสมดุลย์ในกลุ่มได้ดิบได้ดีขึ้นเรื่อยๆเขาใช้กองกลางตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียง 23 ปี นอกเหนือจากนี้ยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจสำหรับในการครอบครองแชมป์ของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่แข่งขันแบบขาดลอยซึ่งมีให้มองเห็นในหลายๆนัดหมายที่ผ่านมา แม้กระนั้นเป็นการเน้นผลที่ได้รับจากการแข่งขันในเกมที่สูสีชี้ชะตากันด้วยประตูสำคัญๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาชีวิตรอดได้เสมอ ในขณะที่ดอร์ทมุนด์เองกลับพลาดท่าทำคะแนนหล่นไปหลายต่อหลายคราว สิ่งนี้เองที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมแชมป์และรองแชมป์ และนี่บางทีก็อาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเพื่อการสังสรรค์แชมป์ลีก 7 สมัยต่อเนื่องกันของพลพรรคบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ ข้างหลังหมดฤดูกาลสุดสนุกในพฤษภาคมนี้ก็เป็นได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://alexis-brill.com

ขอบคุณบทความจาก : http://alexis-brill.com

Tags : http://alexis-brill.com,alexis-brill