สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่

ผู้เขียน หัวข้อ: Fujifilm ยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยโค่นล้ม  (อ่าน 20 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ diorarmani2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 34,563
    • ดูรายละเอียด
                ในบรรดากล้องถ่ายรูปดิจิตอลและกล้องมิลเลอร์เลสที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบในบ้านเราและแนวทางในทั่วโลกนั้น หากไม่เอ่ยถึงยี่ห้อ ฟูจิ ก็อาจเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ในสมัยปัจจุบันกล้องฟูจิ ราคามากมายที่มีให้เลือกเฟ้นซื้อหานั้น  ได้เข้าไปนั่งอยู่ภายในใจของผู้ที่รักการถ่ายภาพอย่างกว้างขวาง จัดว่าเป็นแบรนด์ที่บรรลุผลในสมัยปัจจุบัน มียอดขายในแต่ละปีสูงที่สุดในไทยพร้อมด้วยระดับต้นๆในเอเชียรวมไปถึงทั่วโลกในเหล่ากล้องถ่ายภาพมิลเลอร์เลสนั้น กว่าจะข้ามมาจนกระทั่งจุดนี้ได้ เรียกได้ว่าฝ่าลูกคลื่นมรสุมทางเศรษฐกิจกับทั้งกระแสเทคโนโลยีที่บริษัทคร่ำอย่าง Fujifilm ต้องเพียรพยายามตะกายพร้อมทั้งวิ่งให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่า Fujifilm ก็ทำมันได้อย่างน่าประหลาดใจเลยทีเดียว
                ฟูจิ โฟโต้ ฟิล์ม ก่อตั้งเมื่อปี 1934 ตามแนวนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่ประสงค์จะมีบริษัทฟิล์มถ่ายภาพเป็นของตนเอง พร้อมด้วยมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ จนปี 1965 จึงได้เข้าทำสาขาย่อยที่สหรัฐฯและทั่วโลก และในปี 1995 ฟูจิก็ตกลงใจก้าวย่างเข้ามาบุกตลาดแข่งขันกับเจ้าวงการในสหรัฐฯและในตลาดโลกอย่าง โกดัก ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 90% ฟูจิกลับใช้เทคนิคพลิกมาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากโกดักได้มากกว่า ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเป็น 33% ในปี 1995 และขยายอีกเป็น 60% ในปี 1996 ที่ขณะนั้นทั้งกล้องฟูจิฟิล์ม และโกดักต่างขับเคี่ยวกันที่จะเป็นเจ้าตลาดฟิล์มถ่ายรูป แต่หารู้ไม่ว่ามีระลอกคลื่นนวัตกรรมลูกใหม่ที่กำลังถาโถมเตรียมที่จะเข้าผลัดเปลี่ยนอยู่เสมอ
                ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ช่วงมรสุมของธุรกิจกล้องถ่ายรูปฟิล์มคือตอนปี 2000 ต้นๆ ในช่วงที่บริษัท SONY กับ HP เริ่มกล้องถ่ายรูปดิจิตอลขึ้นมาเป็นครั้งแรกกับทั้งสามารถเรียกความสนใจจากคนรักการถ่ายรูปไปได้ใช่เล่นเลยทีเดียวในตอนนั้น เป็นพิเศษการเข้ามาของ smart phone และ social media ยิ่งกว่านั้นการถ่ายภาพดิจิทัลนั้น ย่อมเยากว่า ง่ายกว่า และไวกว่ามาก จึงเป็นผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป  บริษัทอีสต์แมนโกดักขณะนั้นมัวแต่คิดว่าการใช้ฟิล์มถ่ายภาพจะหลงเหลืออยู่ได้อีกระยะหนึ่ง ได้แก่ไม่ตกลงฮวบฮาบอย่างแน่นอน เพราะฉะนี้โกดักจึงยังมองว่าจะเก็บความนิยมกล้องฟิล์มไปอีกสักพักนึง แต่ฟูจิมองว่าตอนท้ายแล้ว ดิจิตอลต้องมาทำลายเนื้อกิจการค้าฟิล์มอย่างแน่นอนและรวดเร็วด้วย CEO ของบริษัทก็ได้ตกลงใจที่จะนำหน่วยงานเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล
จริงๆ แล้วแล้วกล้องดิจิตอลที่สร้างขึ้นมาได้บนโลกรุ่นแรกๆนั้นก็เป็นของบริษัทโกดักนั้นแหละ ที่อุตส่าห์ผลิตคิดค้นขึ้นมาได้แต่ระดับผู้บริหารไม่สานต่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง กลับเห็นเป็นเพียงสิ่งที่จะมาบั่นทอนกิจการค้าหลักคือฟิล์มถ่ายภาพ แปลกแยกจากระดับผู้บริหารของ ฟิจิฟิล์ม ที่แม้จะไม่ได้เริ่มต้น แต่ก็ไม่เคยตกเทรนด์ ได้ปรับปรุงกล้องถ่ายรูปดิจิตอลออกวางจำหน่ายอย่างจริงจัง ระดับผู้บริหารฟูจิมีโลกทัศน์ที่ต่างจากผู้บริหารโกดัก ที่เตรียมการเข้าสู่สมัยใหม่อย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ทั้งยังเคยได้ใช้นวัตกรรมที่ตัวเองมีและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้บำรุงรักษาสภาพสีบนแผ่นฟิล์ม มาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์แทน โดยเฉพาะเทคโนโลยี collagen ที่ช่วยคงสภาพสภาพความชุ่มชื้น อีกทั้งความอ่อนเยาว์ของผิวได้ ออกยี่ห้อเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ Astalift ในปี 2007 อีกทั้งออกขายในตลาดจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในยุโรป ซึ่งล่าสุดทำกำไรให้บริษัทกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ไม่ใช่เพียงแค่นั้น Fujifilm ยังนำนวัตกรรม Digital Camera Tech นำมาใช้กับเครื่องใช้ไม้สอยทางการแพทย์ สำหรับการบันทึกภาพเพื่อวินิจฉัยโรค กับพัฒนาการผลิตยาเยียวยาโรคมะเร็ง พร้อมกับโรคความจำเสื่อม ลดงบประมาณการพัฒนาด้าน Film & Analog ลงให้มาก
การอยู่รอดของ Fujifilm ในสมัยปัจจุบันที่ยังมีกล้องฟูจิ ราคาหลากหลายให้ได้เลือกสรรซื้อหากันอยู่นั้น กุญแจดอกสำคัญคือการมองการณ์ไกลและการรับทราบการเบนเข็มของกระแสลมเทคโนโลยีของประธาน Shigetaka Komori, CEO of Fujifim ซึ่งมีเซนส์ของความระแวดระวังภัยยิ่งกว่าบริษัทอื่นใด เหตุว่าเห็นเทรนด์ดิจิตอลพร้อมๆ กันกับแบรนด์อื่นแต่เชื่อว่าตลาดฟิล์มจะสูญพันธุ์อย่างเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เพราะฟิล์มเป็นกิจการหลัก ถ้าไม่สามารถปรับตัวได้อย่างว่องไวและสร้างธุรกิจใหม่ทันท่วงที โชคชะตาก็คงไม่พ้นจากการล้มละลาย และข้อแก้ไขการณ์จากการเห็นภัยอันตรายจากเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดแล้วไม่หยุดนิ่งกับที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์องค์การให้เข้ากับเหตุการณ์สมัยนี้ขณะนั้นๆให้มากที่สุด บ่งให้เราเห็นว่าเราไม่ควรที่จะหยุดนิ่งกับที่ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่เห็นความน่าจะเป็นที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นในเบื้องหน้านั่นเอง

Tags : กล้องฟูจิ,กล้องฟูจิ ราคา,Fujifilm