สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่

ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่พัฒนาการ 20 คลินิกรักษาโรคหมอสุนัข-แมว ฉีดวัคซีน รับเลี้ยงรายวัน หนู ตอบได้ท  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,424
    • ดูรายละเอียด
โดยสัตวแพทย์ คลินิกรักษาโรคหมอสุนัข-แมว รักษาสัตว์ สัตว์เลี้ยงป่วย รับเลี้ยงรายวัน แมว วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน สุนัข วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) ดูแลสัตว์เลี้ยงตลอด 24 Hrs และในแต่ละวันจะ   รับอาบน้ำ แมว ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงบลู ฯลฯ

กรรมวิธีที่แมวจะบอกรักคุณนั้นมีดังนี้ …
1. กระโดดนั้งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนมากชอบแสดงออกอย่างงี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้
2. แผดเสียงร้องเรียกคุณ “เมี้ยว เมี้ยว” เบาๆและจากนั้นก็ทำหน้าอ้อนๆทำตาหวานใส่แมวที่เรียบร้อยมักจะเป็นแบบนี้
3. กัดที่แข้ง หรือข้อศอกเบาๆผู้ครอบครองบางคนจะรังเกียจ และก็หลงผิดว่าแมวดุ แม้กระนั้นจริงๆ
แล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับหัวหน้าฝูงก็ว่าได้ เพราะเหล่านี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น
4. นวดข้างหลัง บางครั้งเมื่อคุณนอนอยู่จะมีความเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบหลังคุณ
ถ้าหากว่าคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำเป็นประจำเพื่อให้คุณสบาย แมวเหล่านี้จัดเป็นพวกความฉลาดทางสติปัญญาสูงมากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
5. หอมแก้ม ครั้งคราวเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันกล่าวว่า ” รักคุณมากมายเลยหล่ะ ”
6. แมวใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบาๆ
ลักษณะนี้ก็ราวความรู้สึกเวลาคุณคลำหน้าคนที่คุณรักนั่นแหละ
7. ลูบคลำหน้า แล้วก็ร้องๆเบาๆมันบอกคุณว่า ” รักนายจ้างมากที่สุดในโลกเลย ”
8. แมวเอาตัวมาถูที่ขา แรงๆแล้วก็ร้องดังๆอันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวชนิดหัวหน้าถูกใจโวยวาย
9. กระโดดเกาะที่หลังเวลาผู้ครอบครองนั่ง แมวร่าเริง หรือแมวที่ดื้อ หรือแมวเด็กๆ
มักจะแสดงออกแบบงี้ก็ราวกับขณะที่ตอนคุณเด็กๆคุณก็อยากให้พ่อ อุ้มหลังขึ้นเช่นกัน
10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอน อันนี้มีความหมายว่ารักมากมาย อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา ถึงแม้เวลาจะนอน
 
นิสัยแมวๆตามความเชื่อถือของคนรุ่นเก่า
1.แมวขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้าน
คนโบราณเชื่อว่า แมวที่เลี้ยงไว้ ถ้าหากซุกซนจนกระทั่งขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้านแล้วลงมิได้ คนสมัยก่อนท่านว่าจะได้ข่าวหรือมีญาติมาหา บางคนจะได้ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในวันนั้น
2.แมวที่เลี้ยงไว้หนีหายไม่ยอมเข้าใกล้
คนรุ่นเก่าเชื่อว่าแม้แมวที่เลี้ยงในบ้านเห็นคนเลี้ยงที่เคยหยอกหรือเล่นด้วยลุกหนี ไม่ยอมเล่นด้วยอย่างเคย เป็นนิมิตที่ไม่ค่อยดีนัก ขอให้ระวังศัตรูที่รอคิดร้าย การทำงานระวังจะมีคนหักหลัง หรือคอยกลั่นแกล้งให้ท่านเสียชื่อเสียง
3.แมวไม่ยอมจับหนู
ปกตินิสัยแมวๆที่เลี้ยงไว้ส่วนใหญ่จะเป็นศัตรูกับหนูรวมทั้งถูกใจจับหนู ถ้าเกิดแมวมองเห็นหนูแล้วไม่ยอมจับตามนิสัยแมวๆคนรุ่นเก่ามั่นใจว่าจะทำให้คนเลี้ยงหรือคนภายในบ้านโชคดี จะมีสตรี มาให้คุณด้านการงานการเงิน หรือให้โชคแบบไม่คาดคิด
4.แมวเดินตามแบบไม่ปกติ
คนสมัยก่อนมีความคิดกันว่าแม้แมวที่เลี้ยงเอาไว้ภายในบ้านเดินตามเจ้าของแบบไม่ดีเหมือนปกติ ท่านเชื่อว่าเจ้าของจะได้มิตรที่ดี บางคนอาจได้มิตรแท้ที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
5.แมวชอบพันแข้งพันขามากมายผิดปกติ
คนสมัยเก่าเชื่อว่าแมวที่เลี้ยงไว้ ถ้าเกิดเดินเข้ามาเคลียคลอร์พันแข้งพันขาคนเลี้ยงมากมายเปลี่ยนไปจากปกติ ให้ระวังในเรื่องของอารมณ์ กระทำสิ่งใดพากเพียรอย่าใจร้อนวู่วาม แล้วจะเป็นผลดีในคราวหลัง
6.แมวมีความประพฤติวิ่งวนอย่างไม่ปกติ
คนโบราณมีความเห็นกันว่าหากแมวที่เลี้ยงเอาไว้ภายในบ้านวิ่งวนไปบริเวณห้องอย่างเปลี่ยนไปจากปกติ หรือไม่เคยมีการกระทำที่ถูกกล่าวมาแล้วเหล่านี้มาก่อน คนสมัยเก่าท่านว่าห้ามตีเนื่องจากว่าเป็นนิมิตที่ดี จะโชคดีเรื่องทรัพย์สิน จะมีคนนำเงินทองมา ให้แบบไม่คาดคิด
 
ความลับเรื่องแมวที่คุณอาจไม่ทราบ

1. เชื่อว่าแมวจะลักขโมยลมหายใจของเด็กแรกเกิด
อันที่จริงแล้วแมวมิได้มีเจตนาร้ายอะไรก็แล้วแต่กับเด็กทารกของคุณหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าพวกมันถูกใจหาที่อบอุ่นๆรวมทั้งสบายๆนอน ซึ่งลมหายใจของเด็กแรกคลอดเป็นอุณหภูมิที่แมวอยากได้พอดี โดยเหตุนี้เองจึงทำให้แมวถูกใจเข้าไปคลุกคลีกับเด็กอ่อนเสมอๆเท่านั้นเอง แม้กระนั้นทั้งนี้คุณก็ไม่สมควรให้แมวเข้าใกล้เด็กอ่อนของคุณมากเกินไปด้วยเหตุว่าเด็กบางทีก็อาจจะติดโรค หรืออาจก่อให้เด็กทารกเกิดภูมิแพ้ได้
2. มั่นใจว่าเพศหญิงท้องไม่ควรเลี้ยงแมว
อันที่จริงแล้วสตรีที่ตั้งครรภ์นั้นไม่สมควรสัมผัสตัวแมว หรือทำอะไรเกี่ยวกับแมวบ่อยครั้งนัก เพราะว่าบางครั้งก็อาจจะครั้งโอกาสติดเชื้อท็อกโซพลาสโมสิสจากแมวได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนสามเดือนแรก ซึ่งแม้เด็กทารกติดโรคอาจจะเกิดอาการสมองบวมน้ำ ประสาทตาอักเสบ หรืออารมณ์ผิดปกติ เพราะฉะนั้นหญิงตั้งท้องควรต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวแมว และก็ข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับแมวทั้งสิ้นดีมากกว่า
3. มั่นใจว่าแมวดำคือเครื่องหมายของความโชคร้าย
จากผลที่ได้รับจากการสำรวจคนไข้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ในปี 2000 พบว่าผู้เจ็บป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการสัมผัสแมวขอสีดำ หรือแมวขนสีเข้มมากยิ่งกว่าแมวขนสีอ่อนๆถึง 4 เท่า นั่นเป็นเพราะว่าตามผิวหนัง และในน้ำลายของพวกแมวขนสีดำ หรือแมวขนสีเข้มมีสารสำคัญสำหรับการก่อภูมิแพ้ที่เรียกว่า Fel.d1 สะสมอยู่มากกว่าแมวขนสีอ่อน ด้วยปัจจัยนี้เองที่ทำให้คนไม่ใช่น้อยเชื่อว่าแมวดำจะความโชคร้ายมาให้นั่นเอง
4. เชื่อว่าแมวมี 9 ชีวิต
ความเชื่อที่ว่าแมว มี 9 ชีวิตนั้นถูกกล่าวขวัญเป็นตำนานกันออกไปต่างๆนานาทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศแถบยุโรป ทวีปเอเชีย อเมริกา หรือแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอียิปต์ที่นับถือว่า แมวเป็นผู้แทนของเทพเจ้าอย่างยิ่งจริงๆ เหตุที่ทำให้ผู้คนต่างคิดว่าแมวมี 9 ชีวิตบางครั้งก็อาจจะเนื่องมาจากว่า ลำตัวของแมวมีความยืดหยุ่นสูง จึงทำให้สามารถกระโดดจากที่สูงได้โดยไม่บาดเจ็บ และก็แมวก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยอยู่กับผู้คนเพียงเท่านั้น
5. เชื่อว่าแมวสามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัยทุกหน
แม้ว่าแมวจะมีร่างกายที่ยืดหยุ่นสูง แม้กระนั้นก็ใช่ว่าพวกมันจะกระโจนลงจากที่สูงลงมาได้อย่างปลอดภัยเสมอไป เนื่องจากว่าแมวก็มีสิทธิ์พลาด แล้วก็พลั้งพลาดตกลงมาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในบางครั้งแมวก็ได้โอกาสกำเนิดรอยแผล รวมทั้งเกิดอาการเจ็บได้เช่นเดียวกัน

 6. เชื่อว่าเสียงครางหมายความว่าแมวเริ่มจะมีความสำราญ
เสียงครางเป็นเสียงแรกที่แมวสามารถทำเป็น ตั้งแต่อายุน้อย เพราะว่าในเวลานั้นพวกมันไม่สามารถที่จะทำเสียงสูง หรือเสียงต่ำได้ ก็เลยทำให้คุณได้ยินเสียงครางเสมอๆและเข้าใจว่าแมวกำลังจะมีความสำราญ ด้วยเหตุนั้นเสียงครางก็เลยไม่ได้มีความหมายว่าพวกมันกำลังเริ่มจะมีความสุขเพียงอย่างเดียวแค่นั้น แต่ว่าอาจจะกำลังติดต่อสื่อสารให้คุณรู้ว่าพวกมันกำลังเจ็บไข้ หรือบาดเจ็บอยู่ก็เป็นไปได้
7. มั่นใจว่าแมวรังเกียจน้ำ
ก็ใช่ว่าแมวทุกตัวจะกลัว ไหมถูกใจน้ำเสมอหรอกนะคะ เพราะเหตุว่าแมวบางตัวก็ถูกใจเล่นน้ำแบบเดียวกัน ดังเช่นแมวสายพันธุ์ เตอร์กิชแวน สุดที่รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ จนได้รับฉายาว่า “Swimming cat” อย่างยิ่งจริงๆ แต่ที่พวกเราเห็นว่าแมวเลี้ยงโดยมากไม่ค่อยเข้าใกล้จุดที่มีแหล่งน้ำสักเท่าไหร่ ก็เพราะแมวรู้สึกว่ามันไม่คุ้มกับการที่จะต้องหาเรื่องทำให้ตนเองเปียก เพื่อแลกกับปลาตัวเล็กๆในสระ แม้ว่ามีอาหารจานใหญ่รออยู่ข้างหน้าแล้วนั่นเอง
8. เชื่อว่าแมวเป็นสัตว์หาเลี้ยงชีพกลางคืน
โน่นเป็นเนื่องจากสายตาของแมวสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆผ่านแสงสว่างน้อยๆหรือความมืดดำในเวลากลางคืนได้ดีมากยิ่งกว่าแสงไฟในกลางวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลาเพล้โพล้ หรือใกล้ค่ำ จะเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการล่าเหยื่อสูงที่สุด แม้กระนั้นก็ใช่ว่าแมวจะสามารถเห็นถึงแม้ในที่มืดมิดได้หรอกนะ
9. มั่นใจว่าแมวถูกใจความโดดเดี่ยว
ถึงแม้ว่าแมวจะได้อยู่รวมกันเป็นฝูงเสมือนสัตว์ประเภทอื่นๆแม้กระนั้นพวกมันก็จะอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆเดียวกัน หรือรอบๆใกล้ๆกับแหล่งของกินของพวกมันนั่นเอง โดยยิ่งไปกว่านั้นแมวเพศผู้ที่มีอายุประมาณ 18 ข้างขึ้นไป ก็จะออกไปหารับประทานตัวเดียวมากกว่าแมวเพศเมีย ฉะนั้นถ้าเกิดคุณไม่ต้องการให้แมวที่คุณเลี้ยงหนีออกไปอยู่นอกบ้าน ก็น่าจะเลี้ยงแมวตั้งแต่พวกมันอายุ 8 – 10 เดือน แล้วก็ควรจะเลี้ยงสองตัวขึ้นไป ก็จะมีผลให้พวกมันมีนิสัยอยู่ติดบ้านมากยิ่งกว่า เลี้ยงแมวมีอายุ หรือเลี้ยงแมวแค่เพียงตัวเดียว
สถานพยาบาลรักษาสัตว์ คู่รักงสุนัข แมว กระต่าย กระรอกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปัญหา
 กรณีฉุกเฉินติดต่อ 24 Hrs

ขอบคุณบทความจาก : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags : รักษาสัตว์, รักษาสัตว์ พัฒนาการ, สัตวแพทย์ พัฒนาการ