ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว All New Honda City เทอร์โบ 1.0 ลิตร  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 77,270
    • ดูรายละเอียด

 
รีวิวฮอนด้า 2020 All New Honda City เทอร์โบ 1.0 ลิตร
All New Honda City เทอร์โบ 1.0 ลิตร พลังหนุ่ม แม้กระนั้นช่วงล่างอ่อนโยนกลางคน
จำเป็นต้องเกริ่นก่อนว่า การมาทดลอง Honda City ในคราวนี้ เป็นการถูกเชิญมาทดสอบกันแบบนิดๆหน่อยๆ ก่อนจะ Full Test กันในกลางเดือนม.ค.อีกที ทำให้การทดสอบ ณ สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี เป็นการทดลองขับแบบ First Impression หรือ แรกสัมผัสขนาดแท้

ฮอนด้า ซิตี้ แรกเริ่มเป็นรถขายดีเบอร์ต้นของตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาด บีเซ็กเมนท์ แข่งขันแทรกกันแบบล้อต่อล้อมาโดยตลอดในด้านยอดจำหน่ายกับคู่ปรปักษ์สำคัญในกลุ่มเดียวกันจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า

การกลับมาพร้อมกับการเช็ดกนำเข้าไปอยู่ในชนชั้นของ Eco Car Phase 2 และก็เรียกแทนตัวเองว่าเป็น รถยนต์ซิตี้คาร์ ก็เลยเป็นการปรับเปลี่ยนที่มองมีความแปลกใหม่และก็น่าดึงดูดในหลายเรื่อง
All New Honda City มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่าง สำหรับเพื่อการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ แอลอีดี รวมทั้งไฟท้ายแบบ LED กระเต็มหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม รวมทั้งล้ออัลลอยออกแบบใหม่ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารดูหรูหราด้วยโทนสีดำ เบาะหนัง คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูข้างในตกแต่งโครเมียม แต่จะมีด้านในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ เฉพาะรุ่น SV ให้เลือก

มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าพร้อมตาจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แล้วก็ระบบสั่งด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงรวมทั้งปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ฯ

Honda City ในรุ่น RS จะดูเด่นขึ้น ด้วยชุดแต่งรอบคัน กระเต็มที่แบบ Gloss Black แล้วก็สัญลักษณ์ RS กันชนหน้ารวมทั้งกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต กระจกดูข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว สปอยเลอร์ข้างหลัง Gloss Black เครื่องหมาย RS รวมทั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ห้องโดยสาร เบาะหนังกลับตกแต่งด้วยด้ายสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ มิเตอร์เรืองแสงสีแดง

เครื่องจักรกลเบนซิน 3 ดูด ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 12 วาล์ว มาพร้อมเทอร์โบชาร์จ มอบพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ฮอนด้าเคลมอัตราอดออมน้ำมันที่ 23.8 กิโล/ลิตร

ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กม. และสามารถรองรับน้ำมัน E20

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกคุ้มครองปกป้องล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจัดกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

ทรรศนคติต่อ ฮอนด้า สิตี้ เจเนอเรชั่นที่ 5…
จำเป็นต้องพูดว่า ฮอนด้า ดูเหมือนจะถนัดมากในประเด็นการทำรถยนต์ให้เกิดความสวยงามถูกใจผู้ใช้ การเลือกใช้เส้นเพื่อให้เกิดอัตลักษณ์ที่โดดเด่นมองลงตัวในดูเหมือนจะทุกจุด
การจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือการดูแลเกี่ยวกับด้านความสะดวกสบายภายในอยู่เกณฑ์ดี นอกเหนือจากงามยังเน้นย้ำรองรับการใช้งานจริง ในทุกพื้นที่ซึ่งก็ถือเป็นอีกเรื่องเด่นของฮอนด้า

แต่ว่าการเลือกย้ำไปที่ความสวย อีกทั้งข้างนอกข้างใน ไปจนกระทั่งการเลือก Downsizing เครื่องยนต์กลไกจากเดิมเบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ เป็น 1.0 ลิตร 3 ดูดแทน ดูเหมือนจะกระทบไปถึงการควบคุมทุนการผลิตอยู่บ้าง แม้จะลดต้นทุนไปบ้างจากการเลือกใช้แชสซีย์เดิมแต่แก้ไขใหม่ แต่ก็ยังส่งผลไปถึงการขาดหายไปของออปชั่นบางสิ่ง

ซึ่งดูคล้ายว่าเป็นปัญหาของฮอนด้า มานาน เมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้ทั้งหมดในตลาด
แม้จะทำราคาแนวทางการขายถูกลงกว่ารุ่นเดิม แต่ก็ยังเกิดการถูกแปะป้ายจากผู้บริโภคว่า ฮอนด้าเป็นสายกั๊กออปชั่น ยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับคู่ปรับโดยตรงในเวลานี้อย่าง นิสสัน อัลเมร่า ใหม่
แต่การรู้ดีว่าจะขายอะไรให้กับลูกค้าตัวเองของฮอนด้า…ดูเหมือนจะน่าสะพรึงกลัวกว่าอื่นใดทั้งสิ้น

ด้านในเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น การจัดวางช่องวางของ ขวดน้ำ ถ้วยน้ำ หรืออีกสารพัดมีพื้นที่อย่างเหลือเฟือ สิ่งของด้านในแบบบุนุ่มให้รู้สึกสัมผัสที่ดี

เบาะนั่งข้างหน้าออกแบบทรงมาคล้ายกับฮอนด้า ซีวิค นั่งโอบกระชับแผ่นหลังดี ส่วนเบาะแถวหลังตอนวางขากว้างขวาง แต่ในส่วนของหลังคาดูเหมือนลาดเอียงลงมากว่ารุ่นเดิมจนแบบรู้สึกพื้นที่บนหัวน้อยไปนิด
ด้านสมรรถนะ…
คุณควรลืมภาพรถแม่บ้าน ขับง่าย พวงมาลัยเบาโหวงเหวง ตอนล่างหวั่นไหวง่าย ไปได้เลย

แม้จะเป็นการทดสอบอันแสนสั้นกับระยะทาง 2.18 กิโลเมตรในรอบใหญ่ และก็ 1.3 กิโลที่เลียนแบบภาวะถนนจริงในรอบเล็ก ก็พอจะเก็บความรู้สึกมาฝากรวมทั้งเล่าสู่กันฟังได้พอสังเขป
การกลับมาเกิดใหม่ของ ฮอนด้า สิตี้ ยึดดีเอ็นเอความรูปหล่อไว้ดังเดิม แต่เพิ่มเติมอีกด้วยการอัพเกรดความสามารถใหม่ทั้งผอง

เครื่องยนต์กลไก เป็น สิ่งที่ฮอนด้าภาคภูมิใจจะพรีเซ็นท์ เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 12 วาล์ว เทอร์โบชาร์จ ตัวนี้ คือ เครื่องจักรที่ใส่อยู่ในซีวิครุ่นที่ขายอยู๋ในประเทศจีน และก็อเมริกา การนำมายัดใส่รถที่มีขนาดเล็กลงและจะต้องปรับจูนให้ผ่านมาตรฐานอีวัวคาร์เฟส 2 เกิดเรื่องที่น่าค้นหา

ลักษณะเด่น คือ เครื่องจักร VTEC เต็มระบบอันโด่งดังของฮอนด้า ระบบแคมชาฟท์ Dual VTC เพิ่มลดรองศาของแคมชาฟท์สำหรับในการเปิดปิดวาลว์ไอดี ไอเสีย ให้ตอบสนองต่อการทำงานก้าวหน้าขึ้น
อินเตอร์คูลเลอร์แบบน้ำ ซึ่งพิเศษด้วยการตำหนิดตั้งไว้ 2 ตัว ตัวแรกไว้สำหรับการระบายความร้อนธรรมดา แม้กระนั้นอีกหนึ่งตัวไว้ในการช่วยระบายความร้อนของเทอร์โบโดยตรง จึงช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการทำงานได้สุดกำลัง

สนามทดลองที่เป็นลักษณะของไฮสปีด ก็เลยช่วยขับให้พวกเราเห็นความสามารถของเครื่องยนต์กลไก 1.0 ลิตร ตัวนี้ได้ชัดแล้วก็ง่ายมากยิ่งขึ้น จังหวะผู้กระทำดคันเร่งเพื่อไล่ความเร็ว พบว่ากำลังวังชามาไวกว่าที่คาด ช่วงทางตรงเผลอนิดเดียววิ่งทะลุไปถึง 140-150 กม.ต่อช่วโมง แม้กระนั้นตามมาด้วยรอบเครื่องจักรกลที่พุ่งสูงไปถึง 4000 รอบต่อนาที

จังหวะใช้ความเร็วปานกลาง แล้วชูคันเร่งก่อนจะกระแทกคันเร่งลงไปซ้ำอีกที ก็ยังสนองตอบได้ดิบได้ดี พบอาการเหวอค่อนข้างจะน้อย ส่วนใดส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเซ็ทเกียร์ CVT มาได้ลงตัวกว่าเดิม โดยในตัวชุดเกียร์ CVT ก็มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนขององศาของตัวสายพานกระดูกงูใหม่ให้ดำเนินงานได้เต็มประสิทธิภาพเยอะขึ้น

แต่อย่างไรก็ดี ฮอนด้า ยังเป็น ฮอนด้า ที่เจตนาเซ็ทเครื่องจักร ไม่ให้ปรู๊ดปร๊าด หรือลากกระชั้น ยังคงเซ็ทให้รถยนต์เป็นเครื่องจักรกลเทอร์โบแบบผู้ดี ใช้ชีวิตเรียบง่ายในยามธรรมดา แต่ว่ามีขุมทรัพย์ที่หลบไว้ให้ใช้มากเกินเมื่ออยาก
ช่วงล่าง เป็นสิ่งที่อยากจะจ้องมากที่สุด เพราะว่าส่วนตัวไม่เคยเชื่อในความสามารถช่วงล่างของฮอนด้า
การให้ความสำคัญ รวมทั้งไล่ปรับปรุง ตั้งแต่ตัวบอดี้ที่เสริมให้แข็งแรงขึ้น การปรับเซ็ทแชสซีส์ตัวเดิมให้ลงตัวกว่าเก่า ไปจนถึงการปรับจูนระบบช่วงล่างให้รองรับกับความล้นเหลือของเครื่องจักรทำให้ภาพลักษณ์ของ ฮอนด้า ซิตี้ เปลี่ยนไป

ยกระดับ… น่าจะเป็นคำที่เหมาะสมและถูกยกมามอบให้กับความสามารถช่วงล่างของ ฮอนด้า สิตี้ ใหม่ คันนี้
ช่วงล่างดูเป็นรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นผู้ดี มีความละมุนละไม แม้กระนั้นแน่นหนึบ รองรับการใช้งานได้อย่างทั่วถึง ในตอนทางตรงใช้ความเร็วสูงมากมาย ตัวรถยั่งนิ่งทรงอาการก้าวหน้า ช่วงเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากมายเช่นเดียวกัน หากเป็นในรุ่นเดิมคงจะมีลักษณะด้านหลังออก โยกย้วย แต่ตัวนี้จับสัมผัสได้น้อยมาก
ช่วงถนนหนทางที่เลียนแบบเนินหลุมของถนนหนทางเมืองไทย ช่วยขับอาการความนุ่มนวลของช่วงล่างมาให้เราสัมผัสได้ดิบได้ดี การให้ตัวในจังหวะยุบโยก ไม่ส่งให้ช่วยตาลายไปยังผู้โดยสาร
เป็น มิได้เซ็ทมาให้ แน่นแข็งเป็นรถวัยรุ่น แม้กระนั้น เซ็ทมาให้รองรับกับการใช้งานได้อย่างหลากหลายพร้อม อีกทั้งครอบครัว ส่วนพวงดอกไม้ อ้วนอูมขึ้น จับกระชับมือ มอบสัมผัสที่ดี แต่ว่าเหนืออื่นใด พวงมาลัยไม่เบาโหวงเหวง น้ำหนักดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิมมากมาย

ซึ่งซิตี้ เจเนอเรชั่น 5 นับเป็นการปรับจูนตอนล่างกับกำลังเครื่องจักรกลมาได้เหมาะสมกันเป็นอย่างดี แอบหลับตานึกมีบางอารมณ์แอบรู้สึกว่านั่งอยู่บนรุ่นพี่ อย่างฮอนด้า ซีวิค
แม้กระนั้นอย่างไรก็ดี จะต้องย้ำอีกรอบว่าเป็นการทดสอบสั้นๆคงจะต้องรอการนำมาทดลองขับในเส้นทางที่ยาวกว่านี้ มองถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแล็คของเกียร์ จะมีมากยิ่งกว่านี้ไหม อัตราการประหยัดจะเป็นยังไง ไปจนกระทั่งเรื่องของความเงียบด้านในห้องโดยสาร แม้จะทำได้ดีขึ้น แต่ต้องจับอาการบนถนนหนทางจริงอีกรอบ
 
ขอบคุณบทความจาก :
https://www.autostation.com/car/review-car/all-new-honda-city-2020
 

Tags : Honda City 2020,รีวิวฮอนด้า 2020,All New Honda City